ร้องหนัก พริกแพงหูฉี่ขายเม็ดละ 1 บาท

ขู่ขึ้นราคาครกละ 5-10 บาท
ส้มตำ-ร้านยำ ร้องหนัก พริกแดงแพงหูฉี่ขายเม็ดละบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้ได้รับร้องเรียนจากพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง ร้านส้มตำ และร้านยำในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลว่า

ราคาพริกสดปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะพริกขี้หนูแดง ล่าสุดอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 200-250 บาท จากปกติ กก. 120-150 บาท

ส่งผลให้ร้านอาหารเริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะร้านขายยำ และส้มตำที่ใช้พริกเป็นวัตถุดิบจำนวนมาก ขณะที่ตลาดซบเซา

ประชาชนไม่ค่อยออกมาจับจ่าย จากการระบาดของโควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจไม่ดี หากราคาพริกยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม่ค้าส้มตำอาจต้องปรับขึ้นราคาขายอีกครกละ 5 บาท ส่วนร้านยำก็อาจขอขึ้นราคาเมนูละ 5-10 บาท

ทั้งนี้ จากการสอบถามพ่อค้าขายพริกและผักสดในตลาดพบว่า ราคาพริกขยับขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว

เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกบางแห่ง โดยเฉพาะในจังหวัดภาคใต้ประสบปัญหาฝนตกหนักหลายพื้นที่

ทำให้ชาวสวนไม่สามารถปลูกพริกได้ อีกทั้งผลผลิตบางส่วนถูกน้ำท่วมเสียหาย ประกอบกับ มีพ่อค้าส่งบางส่วนฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาขาย นอกจากนี้ ยังพบว่า ใน จ.นครราชสีมา

ประสบปัญหาพริกขี้หนูในตลาดสดแพงขึ้นมาก เนื่องจากผลผลิตลดลงจนของขาดตลาด ส่งผลให้ราคาพริกขี้หนูในภาคตะวันออก เฉียงเหนือแพงขึ้น โดยเฉพาะใน อ.พิมาย ขายเม็ดละ 1 บาท

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ที่ผ่านมาราคาพริกสดปรับเพิ่มขึ้นจริง เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง หลังจากพื้นที่เพาะปลูกพริกในหลายจังหวัดประสบปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน

โดยเฉพาะช่วงปลายปีเกิดอากาศหนาวเย็นนานหลายวัน ทำให้พริกไม่ออกดอก อีกทั้งพื้นที่เพาะปลูกพริกในภาคใต้เกิดฝนตกหนัก และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว

โดยราคาพริกเริ่มทรงตัวและปรับลดลงหลังผลผลิตเริ่มออกมามากกว่าเดิม แต่กรมไม่ได้นิ่งนอนใจ

ได้ประสานให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามดูสถานการณ์ผลผลิต และราคาพริกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนไม่ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง

ส่วนกรณีมีข่าวพื้นที่ภาคอีสาน และ จ.นครราชสีมา มีการขายพริกขี้หนูเม็ดละ 1 บาท ได้ให้พาณิชย์จังหวัดตรวจสอบแล้ว

โดยกรมจะเชื่อมโยงผลผลิตจากตลาดไท เข้าไปจำหน่ายในพื้นที่ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ด้วย.